Joomla!

Home คำถามพบบ่อย
อีเมล พิมพ์ PDF



Q:ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator Set) ประกอบด้วยส่วนหลักๆ อะไรบ้าง
Answer :
  • เครื่องต้นกำลัง (Engine Prime Mover) คือเครื่องยนต์ที่ผลิตพลังงานกล เพื่อนำไปฉุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้สามารผลิตไฟฟ้า จ่ายไปยังโหลดที่ต้องการได้
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Alternator) คือ คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระแสลสับ (A.C. Generator or Generator) ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ Rotor, Stator, Exciter field, AVR (Automatic voltage Regulator), PMG (permanent Magnet Generator)
  • ชุดควบคุมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบ่งเป็นระบบควบคุมแบบแมนนวลและอัตโนมัติ แสดงผลได้ทั้งแบบ อนาล็อก และ แบบดิจิตอล

Q: เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบบ Prime Rating และ Standby Rating แตกต่างกันอย่างไร
Answer:

การแบ่งพิกัดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไปแบ่งออกเป็น การใช้งาน ดังนี้
    1.พิกัดแบบสำรองฉุกเฉิน (Standby Rating) ใช้ สำหรับสำรองไฟฟ้าขณะที่ไฟฟ้าดับ โดยจะใช้สำรองของหน่วยงานที่มีไฟหลวงใช้งานอยู่แล้ว เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, ธนาคาร, อาคารสูง , โรงพยาบาล, งานภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งโหลดอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ และควรเดินที่โหลดเฉลี่ยประมาณ 70% ของพิกัดเต็ม ไม่ควรเดินเครื่องเกินกว่า 250 ชั่วโมงต่อปี
    2. พิกัดแบบต้นกำลัง (Prime Rating) จะ ใช้สำหรับสถานที่ ที่ไฟฟ้าหลักยังเข้าไปถึง มีการใช้งานต่อเนื่อง โดยพิกัดไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลง โดยขึ้นอยู่กับพิกัดที่ใช้ในหน่วยงาน ทั่วไปจะถูกนำไปใช้ในสถานที่ที่ไฟหลวงยังเข้าไม่ถึง ใช้เดินเครื่องตลอดเวลา ซึ่งโหลดอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ และควรเดินที่โหลดเฉลี่ยประมาณ 70% สามารถโหลดเกินพิกัดได้ 10% ที่ 1 ชั่วโมง ในทุกๆ 12 ชั่วโมง

Q: ATS คืออะไร
Answer:
    ATS ย่อ มาจาก Automatic Transfer Switch มี หน้าที่สั่งให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติในช่วงที่ไฟหลวงดับหรือไฟ ตก โดย ATS จะเช็คว่าไฟหลวงดับ หรือไฟตก ก็จะส่งสัญญาณ ไปเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) ให้สตาร์ท เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ท จนความถี่, แรงดันไฟฟ้า ได้ค่าปกติแล้ว ก็จะสั่ง Transfer เอาไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) เข้าไปยังระบบทันที ซึ่งการทำงานดังกล่าวสามารถตั้งค่า (เซ็ท) เวลาได้ ซึ่งจะอยู่ประมาณ 8-15 วินาที ถ้าไม่ติดแสดงว่าอาจมีปัญหาในบางจุด สามารถตรวจเช็คได้ภายหลัง
    โดยทั่วไป ATS มีสองชนิด คือ
    1. ชนิดเซอร์กิตเบรคเกอร์ ซึ่งก็จะมีขนาดแอมป์ตามขนาดของเบรคเกอร์ และ
    2. ชนิดคอนแทคเตอร์
    นอกจากนี้ ATS ยังแบ่งได้อีกเช่น Open Transition (ในระหว่างที่ Transfer จะมีไฟกระพริบ)
    2. Closed Transition (ในระหว่างที่ Transfer จะใช้เวลาน้อยมาก จนไฟแทบจะไม่กระพริบเลย)

Q: Permanent Magnet Generator (PMG) คืออะไร
Answer:

โดยปกติระบบ Excitation ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะมี 2 แบบซึ่งในที่นี้จะอธิบายโดยย่อ ดังนี้
    1. แบบ Self excited จะรับ power ในการ excitation จาก generator armature (generator output) โดยจะอาศัยอำนาจแม่เหล็กจำนวนเล็กน้อย ที่ตกค้างจากการทำให้เป็นแม่เหล็กในครั้งก่อน (residual magnetism) ไปตัดขดลวด และจะกระตุ้นให้เกิดแรงดัน AC ผ่านวงจร full wave bridge rectifier ให้เป็นไฟ DC แล้วนำไฟ DC ที่ได้นี้ป้อนกลับเข้าไปใน main field เพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็กเดิมให้มากขึ้น ซึ่งจะวนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว จนกระตุ้นถึงแรงดันที่ต้องการ (ดังนั้นแม่เหล็กดังกล่าวจะเป็นแม่เหล็กชั่วคราวซึ่งได้จากการไหลผ่าน ของกระแสไฟฟ้า)
    2. แบบ Permanent Magnet หรือ PMG จะต่างกับแบบ self excited ตรงที่จะรับ power ในการ excitation จาก pilot excitor แทนที่จะรับจาก main armature ซึ่ง pilot excitor นี้ทำจากแม่เหล็กถาวรทำให้สามารถทำงานได้อิสระโดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง generator output voltage เหมือนกรณีของ Self excited
ข้อดีของระบบ excitation แบบ PMG คือ
    1. สามารถทนต่อฮาร์โมนีคโหลดได้ดีกว่าแบบ Self excited
    2. สามารถทนต่อกระแส Short circuit ได้ถึง 300% เป็นเวลา 10 วินาที
    3. สามารถสร้างแรงดันไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการสตาร์ตครั้งแรก สามารถรับภาระโหลดทุกช่างระดับโหลด โดยเฉพาะการทนกระแสสตาร์ต มอเตอร์ได้ดี
    โดย ทั่วไปเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีขนาดเล็ก มาตรฐานจากโรงงานจะใช้ระบบ excitation เป็นแบบ self excited แต่หากต้องการเป็นแบบ PMG ก็สามารถทำได้ ซึ่งจะเป็น option ของทางผู้ขาย

Q: เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มี AVR ควบคุมไม่ควรเดินรอบเท่าไหร่ที่จะมีผลต่อขดลวดต่าง ๆ
Answer:
    เครื่อง กำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ AVR ควบคุม ไม่ควรเดินรอบเครื่องยนต์ให้ต่ำกว่า 47 Hz เพราะว่าถ้าเดินรอบเครื่องยนต์ต่ำกว่า 47 Hz ต่อเนื่องนานๆ จะทำให้ขดลวด Exciter STATOR, Exciter ROTOR, ขดลวด MAIN FIELD ROTOR ไหม้ได้ รวมทั้งอายุการใช้งานของ ROTATING DIODE จะสั้นอีกด้วย

Q: เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีการรับประกันอย่างไร
Answer:
    โดย ปกติเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะมีการรับประกันที่อายุ 1 ปีหลังจากที่ได้มีการ commissioning หน้างานแล้ว ซึ่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยทั่วไปต้องมีการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรวมถึงไส้กรองประเภทต่างๆทุก 250 ชั่วโมง ตามคู่มือเครื่องยนต์ ในส่วนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะตรวจเช็คแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าแต่ละเฟส ความถี่ และ ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

Q: การติดตั้งชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพ ต้องคำนึงถึงส่วนใดบ้าง
Answer:

ต้องตรวจสอบในเรื่องของ
    สถานที่ติดตั้ง (Location) พิจารณาถึงทิศทางลมที่ไหลเวียนเข้าและออกจากห้อง ต้องห่างจากสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง สารเคมี สิ่งสกปรกต่างๆ และความชื่นสูง
    แบบห้อง ( Room Layout) ปกติ ต้องมีพื้นที่รอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างน้อย 1.5- 2 เมตรรอบเครื่องสำหรับการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พร้อมๆ กับพื้นที่สำหรับสายไฟหลัก ท่อน้ำมัน ท่อดักลม รวมถึงท่อไอเสีย
    การระบายอากาศ (Room Ventilation) ต้อง มีการระบายอากาศที่ดี เพื่อระบายความร้อนสะสมในห้องและตัวเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยอากาศจะไหลเวียนจากด้านท้ายไปด้านหน้า ต้องมีช่องลมเข้า และ ช่องลมออกที่เหมาะสมกับขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    ฐานติดตั้ง (Foundation) ต้อง สามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ทั้งชุด รวมทั้งแรงปฎิกิริยาที่เกิดจากการสั่นของเครื่อง ควรยกให้สูงประมาณ 10-15 เซนติเมตรจากพื้น แท่นรับควรจะใหญ่กว่าฐานรับของเครื่องอย่างน้อย ด้านละ 200-400 มิลลิเมตร
    ท่อไอเสีย (Exhaust pipe) ท่อ ไอเสียควรจะสั้น เท่าที่สภาพของสถานที่ติดตั้งจะอำนวย และให้มีจำนวนข้องอให้น้อยที่สุด ในกรณีต้องเดินยาวกว่า 10 เมตร จะต้องเพิ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อ โดยขึ้นอยู่กับความยาวและจำนวนข้องอที่ใช้